Get Adobe Flash player

Info Graphic

แบบสอบถาม

แบบสอบถามความพึงพอใจ
ต่อการสื่อสารความเสี่ยงของ 
กรมควบคุมโรค ปี 2561


Link:https://goo.gl/forms/Zt2fx8
pkaZEt4qap1

 

สปอตวิทยุ


เรื่องโรคพิษสุนัขบ้า
Link :ภาษาไทย
Link :ภาษามลายู

 

E-book

ผลงานวิชาการ สคร.12สงขลา

คู่มือแนวทางสอบสวนโรคหัด

แบบประเมินความพึงพอใจ

ฐานข้อมูลพัฒนาบุคลากร

ชมรมจริยธรรม สคร.12สงขลา

Google Analytics

ค้นหาข้อมูล

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์

Web Counters
ผู้ใช้งานตอนนี้

You are here

Home

สคร. 12 สงขลา เตือนเฝ้าระวังโรคหัดในจังหวัดยะลา ย้ำผู้ปกครองนำบุตรหลานฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เตือนประชาชนในจังหวัดยะลา เฝ้าระวังป้องกันโรคหัด หลังมีการระบาด และพบผู้ป่วยโรคหัดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันพบผู้เสียชีวิตแล้ว 5 รายในพื้นที่จังหวัดยะลา  
ดร.นายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล  ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคหัดในจังหวัดยะลายังมีการเกิดโรคอย่างต่อเนื่อง และมีการระบาดในพื้นที่ที่มีความครอบคลุมของวัคซีนต่ำ จากรายงานสถานการณ์โรคหัด ในเขต 12 (1 ม.ค.-10 ต.ค.61) จำนวนผู้ป่วย 429 ราย สูงสุดคือ จังหวัดยะลา 282 ราย เสียชีวิต 5 ราย รองลงมาจังหวัดปัตตานี 61 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในจังหวัดอื่นๆ พบสัดส่วนการระบาดที่สูงในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี 
อย่างไรก็ตาม สคร.12 สงขลา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา มิได้นิ่งนอนใจได้ลงพื้นที่สอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยจากการลงพื้นที่พบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย มีอายุต่ำกว่า 5 ปี และสาเหตุเกิดจากการไม่ได้รับวัคซีนและได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เนื่องจากประชาชนมีความเข้าใจผิดคิดว่าวัคซีนผลิตมาจากส่วนประกอบของหมู จึงปฏิเสธการรับวัคซีน อีกทั้งความครอบคลุมของวัคซีนในพื้นที่ที่มีเด็กเสียชีวิตต่ำกว่าร้อยละ 60 ซึ่งตามเกณฑ์ที่กำหนดต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 จึงจะสามารถป้องกันโรคหัดได้
สคร.12 สงขลา ยันยืนว่าวัคซีนโรคหัดที่นำมาใช้ในประเทศไทยเป็นวัคซีนที่ปลอดภัย ไม่มีส่วนประกอบมาจากหมู เป็นวัคซีนที่มีการใช้กันทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศมุสลิม อย่างประเทศมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ฯลฯ นอกจากนี้วัคซีนดังกล่าวยังมีประโยชน์ในการป้องกันโรคหัด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคได้ ขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่มีบุตรหลาน ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโรคหัดมารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านฟรี และหากเด็กในปกครอง มีไข้ ไอ มีผื่นแดงและตาแดง ให้แยกเด็กออกไม่ให้สัมผัสกับเด็กอื่น เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ และในกรณีที่ในบ้านที่มีเด็กสัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วย หากไม่ได้รับวัคซีนหรือฉีดวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ ให้ผู้ปกครองนำเด็กไปฉีดวัคซีนให้ครบ หรือในกรณีของเด็กนักเรียน หากมีอาการข้างต้นให้หยุดอยู่บ้าน เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์เช่นกัน ดร.นายแพทย์สุวิช กล่าวเพิ่มเติม
ขณะนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินฯ โรคหัดขึ้น (EOC) พร้อมทั้งได้ควบคุมการระบาดของโรคหัดในพื้นที่จังหวัดยะลา ด้วยมาตรการ 323 “หาให้ครบ ฉีดให้ทัน” โดยลงพื้นที่เชิงรุกดำเนินการวินิจฉัยโรคให้เร็ว แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ทราบภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อสอบสวนโรค หาผู้สัมผัสโรคให้ครบ ภายใน 2 วัน และดำเนินการฉีดวัคซีนแก่ผู้สัมผัสโรคภายใน 3 วัน พร้อมกันนี้ สคร.12 สงขลา ได้ร่วมประชุม EOC เพื่อให้ข้อเสนอแนะทางวิชาการและสนับสนุนวัคซีนโรคหัดแก่พื้นที่แล้ว
โรคหัด เป็นโรคไข้ออกผื่น พบได้ทุกวัย และพบได้บ่อยในเด็กเล็ก อายุ 1-6 ปี เกิดจากเชื้อไวรัส Measles ซึ่งพบได้ในจมูกและลำคอของผู้ป่วย ติดต่อกันได้ง่ายมาก โดยการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด เชื้อไวรัสจะกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย และเข้าสู่ร่างกายโดยทางการหายใจ บางครั้งเชื้ออยู่ในอากาศเมื่อหายใจเอาละอองที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสเข้าไปก็ทำให้เป็นโรคได้ ถ้าไม่มีภูมิต้านทาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีน
อาการของโรคหัด เริ่มด้วยมีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง ตาแฉะและกลัวแสง อาการต่างๆ จะมากขึ้นพร้อมกับไข้สูงขึ้น และจะสูงขึ้นเต็มที่เมื่อมีผื่นขึ้นในวันที่ 4 ลักษณะผื่นนูนแดงติดกันเป็นปื้นๆ โดยจะขึ้นที่หน้า บริเวณชิดขอบผม แผ่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา เมื่อผื่นแพร่กระจายไปทั่วตัว ซึ่งกินเวลาประมาณ 2-3 วัน ไข้ก็จะเริ่มลดลง ผื่นระยะแรกมีสีแดงจะมีสีเข้มขึ้นเป็นสีแดงคล้ำ หรือน้ำตาลแดง บางครั้งจะพบผิวหนังลอกเป็นขุย การตรวจในระยะ 1-2 วัน ก่อนผื่นขึ้นจะพบจุดขาวๆ เล็กๆ มีขอบสีแดงๆ อยู่ในกระพุ้งแก้ม จะช่วยให้วินิจฉัยโรคได้ก่อนที่จะมีผื่นขึ้น อาการแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยมากโดยเฉพาะในเด็กเล็กคือ หูส่วนกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ อุจาระร่วง สมองอักเสบ อุจจาระร่วง สมองอักเสบ พบได้ประมาณ 1 ใน 1,000 ราย ซึ่งจะทำให้มีความพิการเหลืออยู่ ถ้าไม่เสียชีวิต
ทั้งนี้ โรคหัดป้องกันด้วยการฉัดวัคซีน ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขให้วัคซีนป้องกันโรคหัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน ครั้งที่ 2 เมื่อเด็กอายุ 2 ปี ครึ่ง โดยให้ในรูปของวัคซีนรวมป้องกันโรคคางทูม หัด หัดเยอรมัน (MMR) หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคหัดสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422